450.นักเรียนชายสามารถไว้รองทรงได้
449.บุคลากรทางการศึกษา ม.38 ค (2) มี 2 ประเภท 7 ระดับ
448.ระเบียบการลาข้าราชการ พ.ศ.2555 11 ประเภท
447.6 สาขาวิชาที่กู้ กรอ. คือ สัง-ศิลป์-วิศ-เษต-สุข-แพทย์
446.กลุ่มอาชีพมัธยมเชิงปฏิบัติเพื่อการมีงานทำและรายได้ 7 กลุ่ม 24 สาขา = 4เษต-6อุต-4สัง-3คิด-2วิท-2อา-3จัย
445. 7 สาขาใหม่ของ สพฐ. คือ เกษตร-วิทยาศาสตร์-วิศวะ-บริหาร-คิดสร้างสรรค์-สังคม-อาหาร
444.สพฐ.2555 มี 4 แผนงาน 6 ผลผลิต 8 โครงการ
433.ROADMAP ศธ มี 2 ช่วงปี 5 พื้นที่ 5 อาชีพ 5 ศักยภาพ
432.แผนฉุกเฉินฟื้นฟูและเยียวยาน้ำท่วมของ ศธ มี 9 แผน
341.ศปภ.ย่อมาจาก ศูนย์ปฎิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย สายด่วน 1111 กด 5
340.แผนงบประมาณรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เป็นแบบขาดดุล
390.PMQA มี 2 มิติ 4 ปัจจัย 7 หมวด 11 ค่านิยม
389.รัฐธรรมนูญ 2550 มี 15 หมวด 309 มาตรา
388.แผนบริหารราชการแผ่นดินมีระยะเวลา 4 ปี (พ.ศ.2555-2558)
387.นโยบายรัฐบาล มี 8 นโยบาย
386.การเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร์ตราเป็น พรบ.
385.บัตรประจำตัวประชาชน มีอายุ 6 ปี
384.ประชาชาวไทยต้องทำบัตรประชาชน อายุ 7 ปีบริบูรณ์ - 70 ปีบริบูรณ์
383.สถานที่ราชการและเอกชนห้ามปิดประกาศหาเสียงเลือกตั้ง
382.ระเบียบการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ.มี 3 กรณี คือ ปกติ พิเศษ และเพื่อประโยชน์ของทางราชการ
381.จำนวนราษฎรโดยเฉลี่ย ๑๗๐,๓๔๒ คน ต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหนึ่งคน
380.ตาม พรฎ.การยุบสภาฯ 54 ให้ นายกรัฐมนตรีและประธาน กกต.รักษาการตาม พรฎ.
379.พรฏ.ยุบสภาผู้แทนราษฎร์ 2554 อาศัยความอำนาจ ม.108 และ 187 รธน.2550 มีผลวันประกาศ 10 พ.ค.54
378.เมื่อมีการยุบสภา รัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งแต่ยังรักษาการ ตาม ม.181 รธน.50
377.แถลงการณ์ยุบสภามีผลใช้บังคับวันที่ 10 พ.ค. 54 กำหนดวันเลือกตั้งทั่วไป 3 ก.ค.54
376.พระราชกฤษฎีกาการปรับเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๔ ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔
375.พรบ.เงินเดือนครู เงินวิทยฐานะ เงินประจำตำแหน่ง ฉ.2 พ.ศ.2554 ใช้บังคับวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2554
374.พรบ.จัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ.2554 เป็นปีที่ 66 ประกาศ 22 มีนาคม 54 ใช้บังคับวันที่ 23 มีนาคม 54 มี 14 มาตรา แบ่งเป็น 8 อำเภอ
373.มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อการประกันภายในของสถานศึกษามี 4 ด้าน 18 มาตรฐาน 84 ตัวบ่งชี้
372.คณะกรรมการคุรุสภาเขตพื้นที่การศึกษามีจำนวนไม่เกิน 11 คน
371.ตามระเบียบผู้ที่จะได้รับรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ให้กระทรวงศึกษาธิการต้องบริจาคด้วยความสมัครใจรวมมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
370.โรงเรียนขยายโอกาส จะย้ายไป สพม. ห่าง รร.มัธยมเดิม ไม่น้อยกว่า 8 กม. เนื้อที่ ไม่น้อยกว่า 25 ไร่ ระดับนักเรียนมัธยมมากว่าประถม แนวโน้มรับ ม.เพิ่มขึ้น มีแผนปรับลดรับประถมเหลือแต่มัธยม ภายใน 6 ปี การย้ายถือเสียงข้างมาก ของ ผู้บริหาร ครู บุคลากร กรรมการสถานศึกษา
369.ะเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานโรงเรียนเอกชนประเภทกวดวิชา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ความจุ ๑ ตารางเมตร ต่อนักเรียน ๑ คน จำนวนนักเรียนไม่เกินห้องละ ๔๕ คน (กรณีใช้ครูสอน) กรณี ใช้ครูและสื่อ ไม่เกิน 90 คน
368.การเรียกประชุมรัฐสภา ตราเป็นกฎหมาย พรฎ.
367.จังหวัดชายแดนภาคใต้ หมายความว่า จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลาและสตูล ตาม พรบ.บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553
366.การดำเนินการให้ได้มาซึ่ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาต้องดำเนินการภายใน 180 วันนับแต่ พรบ.ระเบียบข้าราชการครูฯ ฉ.3 (2553) ใชับังคับ
365.การขอขยายชั้นเรียนของสถานศึกษา สพฐ. ต้องขอก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ไม่น้อยกว่า 1 ปีการศึกษา
364.การประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอกรอบสาม มี 4 มาตรฐาน 5 ด้าน 11 ตัวบ่งชี้
363.การประเมินคุณภาพภายนอก ของ สมศ.รอบสามมีระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ.2554-2558)
362.การสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาออกจากราชการ กรณีไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผล พ.ศ.2553 ผลการประเมินอยู่ในระดับที่ ต้องพัฒนาปรับปรุงตนเอง ให้มีระยะเวลาไม่เกิน 3 รอบการประเมิน
361.ผู้สอบแข่งขันได้ไม่มีใบอนุญาตฯ มาแสดงในวันรายงานตัว ถือว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งครูผู้ช่วย และไม่สามารถบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งดังกล่าวได้ แม้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาจะออกใบอนุญาตฯให้ย้อนหลังก่อนวันรายงานตัวก็ตาม
360.เงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน มัธยมศึกษาตอนต้น 1,275 บาท/คน/ภาคเรียน สัดส่วนไม่เกิน ร้อยละ 30 ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นทั้งหมด
359.เงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน ประถมศึกษา 320 บาท/คน/ภาคเรียน สัดส่วน ไม่เกินร้อยละ 40 ของนักเรียนประถมศึกษาทั้งหมด
358.อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา มีสัดส่วน โดยตำแหน่ง : ผู้ทรงคุณวุฒิ : ผู้แทนบุคลากรทางการศึกษาอื่น คือ 2 : 4 : 3
357.การยกเว้นภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล กรณีบริจาคส่งเสริมการอ่าน สามารถนำมายกเว้นได้ 2 เท่า แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมิน
356.คุณสมบัติเฉพาะผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา คือ วุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ดำรงตำแหน่งรอง.ผอ.สพท.ไม่น้อยกว่า 1 ปี และรับเงินเดือนไม่ต่ำกว่า คศ.4 หรือ ผู้อำนวยการสถานศึกษาวิทยฐานะเชี่ยวชาญหรือเทียบเท่า จะต้องปฏฺบัติหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารประถมศึกษาหรือมัธยมศึกษาไม่น้อยกว่า 5 ปี
355.ร่างเงินวิทยฐานะใหม่ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา คือ วิทยฐานะชำนาญการ 3,500 บาท วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ 5,600 บาท วิทยฐานะเชี่ยวชาญ 9,900 บาท และวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ 15,600 บาท
354.การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในทศวรรษที่สองมี 5 ระยะ คือ สืบค้น - วิเคราะห์ - บ่มเพาะ - ออกแบบ - คุณภาพ - วัฒนธรรมใหม่
353.มาตรการลดต้นทุนผู้ผลิตส่งเสริมการอ่านมี 2 มาตรการ คือ ลดและยกเว้นภาษี
352.การส่งเสริมการอ่านมี 3 ยุทธศาสตร์ 6 มาตรการ
351.ยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองมี 4 ยุทธศาสตร์ 20 ตัวบ่งชี้
350.Backward Design มีขั้นตอน คือ กำหนดมาตรฐาน , กำหนดร่องรอยหลักฐาน และ วางแผนจัดกิจกรรม
349.เวลาเรียน ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย ให้จัดเป็น รายปี ราคภาค รายภาค ตามลำดับ
348.สัดส่วนเวลาเรียน 70:30 หมายถึง การจัดกิจกรรมได้ครอบคลุมหลักสูตร ต่อ กิจกรรมพัฒนาคุณลักษณะและจิตสำนึก
347.ค่ายื่นคำขอเปลี่ยนแปลง โอน เลิกกิจการ ฉบับละ 100 บาท
346.ค่ายื่นคำขอจัดตั้งโรงเรียนเอกชน ฉบับละ 500 บาท
346.ใบแทนใบอนุญาตให้จัดตั้งโณงเรียนในระบบ 300 บาท นอกระบบ 500 บาท
345.ใบอนุญาตให้จัดตั้งโณงเรียนนอกระบบ ฉบับละ 3,000 บาท
343.ใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบ ฉบับละ 5,000 บาท
342.องค์ประกอบการประเมิน สมศ.รอบ 3 มี 12 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ ตัวบ่งชี้พื้นฐาน (9) , ตัวบ่งชี้อัตลักษณ์ (1) , ตัวบ่งชี้มาตรการส่งเสริม (2)
341.เกณฑ์ประเมิน สมศ.รอบ 3 (2554 - 2558) มี 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ด้านพื้นฐาน ด้านอัตลักษณ์ ด้านมาตรการส่งเสริม
340.ยุทธศาสตร์พัฒนาสถานศึกษายุคใหม่ คือ 777
397.การกระทำอันเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ ได้แก่ ทางกาย วาจา อากัปกิริยา การสื่อสาร ที่ผู้ถูกกระทำมิได้ยินยอมหรือเดือดร้อนรำคาญ
396.ปีการศึกษาเฉลี่ยของประชากรไทย ปี 2552 ทุกกลุ่มอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยปีละ 0.1
395. Education for all คือ การศึกษาเพื่อปวงชน
394.ยุทธศาสตร์การพัฒนาเด็กปฐมวัยระยะยาว มีระยะเวลา 10 ปี คือ พ.ศ.2550 - 2559
393.ข้าราชการระดับ 9 ขึ้นไป ประเภท ก สามารถเบิกบี้ยเลี้ยงเดินทางในอัตรา 210 บาท
392.เบี้ยเลี้ยงเดินทางประเภท ข คือ การเดินทางในท้องที่ต่างอำเภอในจังหวัดเดียวกัน ยกเว้นอำเภอเมือง
391.เบี้ยเลี้ยงเดินทาง มี 2 ประเภท คือ ประเภท ก และ ประเภท ข
390.กางชี้รเบิกค่าเช่าที่พักและค่าพาหนะสำหรับผู้ติดตามให้เบิกได้ ไม่เกิน 1 คน สำหรับข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับปฏฺบัติการ ตำแหน่งประเภททั่วไประดับปฏฺบัติงาน และระดับชำนาญงาน หรือเทียบเท่าระดับ 6 ลงมา
389.สำนักงาน ก.ค.ศ. เป็นเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานในหน้าที่ของ ก.ค.ศ.
388.เข้ารับการเตรียมพล หมายความว่า เข้ารับการตรวจเลือกเพื่อรับราชการเป็นทหารกองประจำการ
387.การลาป่วยหรือลากิจซึ่งมีระยะเวลาต่อเนื่องกัน จะเป็นปีเดียวกันหรือไม่ก็ตาม ให้นับเป็นการลาครั้งหนึ่ง
386.การนับวันลานับตามปีงบประมาณ
385.ข้าราชการที่ไปช่วยราชการที่ใดให้ขออนุญาตลาต่อผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานนั้น
384.ข้าราชการ ให้ลาบวชหรือประกอบพิธีฮัจย์โดยได้รับเงินเดือนระหว่างลา ได้ไม่เกิน 120 วัน แต่ต้องรับราชการมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน
383.ปีงบประมาณหนึ่งข้าราชการและลูกจ้างประจำมีสิทธิลาพักผ่อนได้10 วันทำการ
382.ข้าราชการมีสิทธิลากิจส่วนตัวโดยได้รับเงินเดือนปีละไม่เกิน 45 วันทำการ
381.ในปีงบประมาณหนึ่งการป่วยธรรมดาโดยได้รับเงินเดือนไม่เกิน 60 วันทำการ
380.การลาที่นับวันลาเฉพาะวันทำการ คือ ลาป่วย ลากิจ ลาพักผ่อน
379.การลา มี 9 ประเภท
378.อัตราค่าตอบแทนนอกเวลาราชการ พ.ศ.2550 วันปกติ ชม.ละ 50 บาท ไม่เกิน 4 ชม. = 200 บาท
377.อัตราค่าตอบแทนนอกเวลาราชการ พ.ศ.2550 วันหยุดราชการ ชม.ละ 60 บาท ไม่เกิน 7 ชม. = 420 บาท
376. การคำนวณโควตาร้อยละ 15 เพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือน 2 ขั้น (รวมทั้งปี) ให้คำนวณจากจำนวนข้าราชการครู และลูกจ้างประจำ ณ วันที่ 2 กันยายน 2553 โดยถือเสมือนว่าเป็นจำนวนข้าราชการครูและลูกจ้างประจำ ณ วันที่ 2 มีนาคม 2553 เฉพาะการเลื่อนขั้นเงินเดือน ครั้งที่ 2 (1 ตุลาคม 2553)
375. อัตราเงินเดือนแรกบรรจุ ครูผู้ช่วย ปริญญาตรี 4 ปี คือ 7,940 บาท เมื่อผ่านการพัฒนาอย่างเข้ม 2 ปี ได้รับ 10,770 บาท
374.เหตุผลในการประกาศ กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือนสูงกว่าหรือต่ำกว่าขั้นต่ำ หรือสูงกว่าขั้นสูงของอันดับ พ.ศ.2553 คือ มาตรา 44 วรรค 2 พรบ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547
373.ขั้นเงินเดือนมีทั้งหมด 24 ขั้น
372.ขั้นเงินเดือน สูงสุดของ คศ.3 คือ 47,450 บาท
371.ตาม กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือนสูงกว่าหรือต่ำกว่าขั้นต่ำ หรือสูงกว่าขั้นสูงของอันดับ พ.ศ.2553 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีเงินเดือน 18,040 บาท ที่ผ่านการประเมินสามารถสั่งบรรจุแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งวิทยฐษนะชำนาญการพิเศษได้
370.ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตาม กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือนสูงกว่าหรือต่ำกว่าขั้นต่ำ หรือสูงกว่าขั้นสูงของอันดับ พ.ศ.2553 ที่เงินเดือนเต็มขั้นแล้วสามารถข้ามไปใช้อันอันดับต่อไปโดยไม่ต้องรอวิทยฐานะ คือ คศ.3 และ คศ.4
369.กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือนสูงกว่าหรือต่ำกว่าขั้นต่ำ หรือสูงกว่าขั้นสูงของอันดับ พ.ศ.2553 มีผลตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2553
368.กรรมการผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้บริหารการศึกษาใน ก.ค.ศ. ต้องมีประสบการณ์ด้านการบริหารไม่น้อยกว่า 5 ปี
367.กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.ค.ศ.ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 30 ปีบริบูรณ์
366.กรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีจำนวน 9 คน
365.ประธานกรรมการ ใน ก.ค.ศ. คือ ผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง
364.สถานศึกษา หมายความว่า สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียน ศูนย์การศึกษาพิเศษ ศูนย์การศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย ศูนย์การเรียน วิทยาลัย วิทยาลัยชุมชน สถาบัน หรือสถานศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นของรัฐ ตามประกาศกระทรวง
363.หน่วยงานการศึกษา หมายความว่า โรงเรียน , สพท. , สนง.นอกโรงเรียน , แหล่งเรียนรู้ตามประกาศ สพท.
362.ตัวเลขที่อยู่หลังจุดเลขประจำส่วนราชการ คือ สถานศึกษา
361.ผู้รักษาการตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 3) คือ นายกรัฐมนตรี
360.พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ฉบับที่ 3 พ.ศ.2553 ยกเลิก (5) มาตรา 7 , วรรค 1 มาตรา 21
359.พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2553 ยกเลิก มาตรา 33 เพิ่ม วรรค 5 มาตรา 36
358.พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ 3 พ.ศ.2553 ยกเลิก มาตรา 37 เพิ่มข้อความวรรค 5 มาตรา 38
357.พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ฉบับที่ 3 พ.ศ.2553 เป็นเล่มที่ 127 ตอนที่ 45 ก ในราชกิจจานุเบกษา
356.พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2553 เป็นปีที่ 65 ในรัชกาลปัจจุบัน
355.พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ 3 พ.ศ.2553 ให้ไว้ ณ วันที่ 12 กรกฏาคม พ.ศ.2553
354.พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2553 เป็นฉบับที่ 3
353.พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.3553 เป็นฉบับที่ 3
352.พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2553 เป็นฉบับที่ 3
351.เหตุผลในการประกาศใช้ พรบ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2553 คือ มีการปรับปรุงเขตพื้นที่การศึกษา และให้สอดคล้องกับการบริหารงานบุคคลในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษา
350.เหตุผลในการประกาศใช้ พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับทีี่ 2) พ.ศ.2553 คือ ความไม่คล่องตัวในการบริหาร และให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ
349.เหตุผลในการประกาศใช้ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2553 คือ ทำหให้การบริหารงานเกิดประสิทธิภาพ และพัฒนาผลสัมฤทธิ์และให้มีคุณภาพในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา
348.กลยุทธ์ สพฐ. ปี 2554 มี 4 หลักการ 4 จุดเน้น 5 เป้าหมาย 5 ผลผลิต 6 กลยุทธ์
347.ตามประกาศใหม่ เขตพื้นที่มัธยมศึกษา มีจำนวน 42 เขตพื้นที่
346.ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การกำหนดและแก้ไขเปลี่ยนแปลงเขตพื้นที่การศึกษาเป็นเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา มีจำนวน 183 เขต
345.ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การกำหนดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา มีผลตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
344.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา มี 42 เขต สำหรับ กทม.มี 2 เขต เขต 1 มี 67 โรงเรียน เขต 2 มี 51 โรงเรียน
343.จากการกำหนดเขตพื้นที่เขตพื้นที่การศึกษาใหม่ทำให้มี เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา 183 เขต มัธยมศึกษา 42 เขต
342.การแบ่งส่วนราชการในสถานศึกษาต้องได้รับความเห็นชอบจาก สพท.
341.หลักเกณฑ์และวิธีการแบ่งส่วนราชการใน สพท. ให้ตราเป็น ประกาศกระทรวง
340.หลักเกณฑ์และวิธีการแบ่งส่วนราชการใน สพฐ. ตราเป็นกฏกระทรวง
339.เลขาธิการ กพฐ. เป็นหัวหน้าส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
338.เลขาธิการ กพฐ.คนปัจจุบัน คือ คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา
337.สำนักงานรัฐมนตรี ในกระทรวงศึกษาธิการมีฐานะเป็นกรม
336.การแบ่งส่วนราชการในส่วนกลางแบ่งออกเป็น 6 ส่วนราชการ
335.การจัดระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ในส่วนกลาง ในเขตพื้นที่กาึรศึกษา และในสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาตรีที่เป็นนิติบุคคล
334.การแสดงให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเองมีสิทธิ์พร้อมประกอบวิชาชีพควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิด จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
333.การประกอบวิชาชีพครูระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตมีความผิด จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
332.การประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ มีความผิด จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
331.สำนักงาน สก.สค.มีฐานะเป็นนิติบุคคลในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ
330.ผู้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาด กรณีผู้ประกอบวิชาชีพครูประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ คือ คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
329.ใบแทนใบอนุญาตต้องประทับด้วยอักษรสีแดง
328.ถ้าคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพไม่ออกใบอนุญาตให้ ต้องอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการคุรุสภา
327.การถูกพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พักได้ไม่เกิน 3 ปี
326.ผู้ที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสามารถยื่นคำขอได้อีกเมื่อพ้นไปแล้วอย่างน้อย 3 ปี
325.ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูมีอายุ 5 ปี
324.ผู้ประสงค์ขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูให้ยื่นต่อคณะกรรมการคุรุสภา
323.ผู้บริหารการศึกษาระดับเขตพื้นที่การศึกษาไม่ต้องมีใบประกอบวิชาชีพ
322.ผู้ที่จะได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
321.ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
320.ผู้มีหน้าที่ดูแลและรักษาทะเบียนผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาคือ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา
319.ใบประกอบวิชาชีพทางการศึกษามี 4 ประเภท
318.อัตราค่าธรรมเนียมแสดงความรู้ความชำนาญรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา คือ 400 บาท
317.อัตราค่าธรรมเนียมหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา คือ 300 บาท
316.อัตราค่าธรรมเนียมในการต่อทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา คือ 200 บาท
315.อัตราค่าธรรมเนียมในการขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา คือ 500 บาท
314.รายได้ของคุรุสภามาจากเงินอุดหนุนจากงบประมาณกระทรวงศึกษาธิการ
313.คุรุสภามีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินงานด้านสวัสดิการแก่ผู้ประกอบวิชาชีพครู
312.คุรุสภาเป็นองค์การมหาชน
311.คุรุสภา มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
310.เขตมัธยมศึกษาที่จะตั้งขึ้นใหม่มีจะนวนกี่เขต
309.หลักเกณฑ์สำหรับโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ที่ประสงค์ย้ายไปอยู่ สพท.มัธยมฯ มี 7 ข้อ คือ มีระยะห่างจากโรงเรียนมัธยม 8 กม. มีเนื้อที่ไม่น้อยกว่า 25 ไร่ จำนวนนักเรียนระดับมัธยมมากกว่าประถม ภายใน 6 ปี ต้องปรับลดให้เหลือเฉพาะมัธยม สอบถามความสมัครใจตามเกณฑ์การย้ายไป สักัด อปท. สพท.ต้นสังกัดพิจารณาว่าจำเป็นหรือไม่ และ หากไม่เข้าเกณฑ์ 6 ข้อแรก ให้ส่งข้อมูลให้ สพฐ.พิจารณาเป็นราย ๆ ไป
308.ขั้นตอนแรกของการเลิกสถานศึกษา คือ คณะกรรมการสถานศึกษาจัดให้มีการรับฟังข้อคิดเห็นของผู้ปกครอง
307.คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษามีอำนาจพิจารณาจัดตั้งโรงเรียน
306.โรงเรียนที่ตั้งใหม่ต้องอยู่ห่างจากโรงเรียนประเภทเดียวกัน ไม่น้อยกว่า 6 กิโลเมตร
305.การจัดตั้งโรงเรียน ต้อมีที่ดินตามหลักฐานอนุญาตจำนวน ไม่น้อยกว่า 25 ไร่
304.การจัดตั้งโรงเรียนมัธยมศึกษา ต้องมีนักเรียนชั้นละไม่น้อยกว่า 25 คน
303.การจัดตั้งโรงเรียนประถมศึกษา ต้องมีจำนวนนักเรียนแต่ละรายอายุไม่น้อยกว่า 80 คน
302.คณะกรรมการเทียบระดับการศึกษามีจำนวน ไม่เกิน 5 คน
301.การศึกษาที่มุ่งวางรากฐานเพื่อให้ผู้เรียนพัฒนาคุณภาพลักษณะอันพึงประสงค์ทั้งด้านคุณธรรม จริยธรรม คือ ประถมศึกษา
300.การแบ่งระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ต้องตราเป็น กฏกระทรวง
299.ประธาน ก.ค.ศ.คือ รมว.ศธ.
298.ข้าราชการครูสายผู้สอน มี 5 วิทยฐานะ
297.ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มี 3 ประเภท
296.สพท.ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล
295.กระทรวงศึกษาธิการ มี 6 ส่วน 5 กรม
294.ประธาน สก.สค. คือ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
293.ประธานคณะกรรมการคุรุสภา คือ ผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง
292.สมาชิกคุรุสภามี 2 ประเภท
291.ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ต้องมีอายุอย่างต่ำ คือ 20 ปีบริบูรณ์
290.ก.ค.ศ.ตามกฎหมายใหม่ มีจำนวน 28 คน
289.คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษามี 23 คน
288.คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีทั้งหมด 17 คน
287.คณะกรรมการคุรุสภา มีจำนวน 39 คน
286.องค์กรวิชาชีพครู ได้แก่ คุรุสภา และสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
285.ถ้าผลการประเมินภายนอกของสถานศึกษาไม่ได้มาตรฐาน สมศ.จะดำเนินการจัดทำข้อเสนอแนะปรับปรุงแก้ไขต่อหน่วยงานต้นสังกัดเป็นลำดับแรก
284.การประเมินภายนอกกำหนดให้มีการประเมินอย่างน้อย 1 ครั้ง ในทุก 6 ปี
283.สมศ.ประเมินผลการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ต้องคำนึงถึง ความมุ่วหมาย หลักการ และแนวทางการจัดการศึกษา
282.หน้าที่ของ สมศ. คือ กำกับการศึกษาของสถานศึกษา
281.สมศ.เป็นองค์กรมหาชน
280.อนุกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา ตามกฎหมายใหม่ มีจำนวน 3 คน
279.กรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามกฎหมายใหม่มีจำนวน 9 คน
278.ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ตาม พรบ.กฎหมายใหม่ทางการศึกษาทั้ง 3 ฉบับ คือนายรัฐมนตรี
277.ผู้รักษาการตาม พรบ.กฎหมายใหม่ทางการศึกษา ทั้ง 3 ฉบับ คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
276.เมื่อมีการประกาศใช้ พรบ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2553 อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ยังคงทำหน้าที่ต่อไปจนครบวาระ
275.อนุกรรมการโดยตำแหน่งใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา คัดเลือกจากผู้มีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านการศึกษา ด้านกฎหมาย และด้านการเงินการคลัง
274.อนุกรรมการโดยตำแหน่ง ใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา จำนวนสองคน ได้แก่ ผู้แทน ก.ค.ศ.และผู้แทนคุรุสภา
273.ให้มีการเลือกตั้งกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตาม พรบ.ระเบบียบบริหารราชการ ศธ. พ.ศ.2553 ภายใน 90 วัน นับแต่ พรบ.ใช้บังคับ
272.การกำหนดแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเขตพื้นที่การศึกษาตามกฎหมายใหม่ ให้กระทำให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับแต่ พรบ.ใช้บังคับ
271.คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา มีอักษรโดยย่อ ว่า "อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา"
270.อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ย่อมาจาก คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
269.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษาโดยคำแนะนำของสภาการศึกษาในการประกาศเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
และมัธยมศึกษา
269.พรบ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2553 ให้ รมว.ศธ. รักษาการตาม พรบ.
268.พรบ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2553 ประกาศใช้ 23 กรกฎาคม 2553
267.พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวง ศธ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2553 มีนายกรัฐมนตรีรักษาการตาม พรบ.
266.พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวง ศธ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2553 มีุ 6 มาตรา
265.พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวง ศธ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2553 ใช้บังคับ 22 กรกฎาคม 2553
264.พรบ.การศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2553 ใ้ช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
263.พรบ.การศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2553 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 22 กรกฎาคม 2553
262.พรบ.การศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2553 เป็นปีที่ 65 ในรัชกาลปัจจุบัน
261.พรบ.การศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2553 ให้ไว้ ณ วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ.2553
260.คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษามีจำนวน 23 คน
259.คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพครู มีจำนวน 17 คน
258.คณะกรรมการคุรุสภามีจำนวน 39 คน
257.องค์กรวิชาชีพครู คือ คุรุสภา สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา สภาวิชาชีพครู
256.หากผลการประเมินภายนอกของสถานศึกษาไม่ได้มาตรฐาน สมศ.จัดทำข้อเสนอแนะปรับปรุงแก้ไขต่อสถานศึกษาเป็นลำดับแรก
255.สถานศึกษามีการประเมินภายนอกครั้งแรกในปี พ.ศ.2548
254.การประเมินภายนอกของสถานศึกษากำหนดให้มีขึ้นอย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 5 ปี
263.สมศ.ประเมินผลการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ต้องคำนึงถึงความมุ่งหมาย หลักการและแนวการจัดการศึกษา
262.หน้าที่ของ สมศ.คือ กำกับการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
260.สมศ.เป็นองค์กรมหาชน
259.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิ์จัดการศึกษาได้ทุกระดับ
258.ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คือ ผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการคัดเลือกตั้งจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
257.คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นองค์กรหลักที่เป็นคณะบุคคลในรูปของสภา
256.องค์กรหลักที่เป็นคณะบุคคลในรูปของสภาในกระทรวงศึกษาธิการ มี 4 องค์กร
255.หลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐานควรมีลักษณะหลากหลาย
254.หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 มีจำนวน 8 สาระการเรียนรู้
253.ผู้มีหน้าที่จัดทำสาระของหลักสูตร คือ คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
252.ผู้กำหนดหลักสูตรแกนกลาง คือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
251.โรงเรียนที่มีนักเรียน 300 คน มีคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 คน
250.คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษามีจำนวน 17 คน
249.คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีจำนวน ไม่เกิน 27 คน
248.การพิจารณาเวลาเรียนเป็นไปตามการประเมินผู้เรียน ของ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542
247.การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่า ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถ สามารถพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนสำคัญที่สุด
246.การศึกษาระดับอุดมศึกษา แบ่งระดับออกเป็น ต่ำกว่าปริญญาและปริญญา
245.การศึกษาขั้นพื้นฐาน มี 3 ระดับ คือ ก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา
244.การศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาไม่ใช่ระดับการศึกษาของการศึกษาในระบบ
243.การศึกษาในระบบมี 2 ระดับ
242.คณะกรรมการเทียบโอนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานมีจำนวน ไม่เกิน 5 คน
241.สถานศึกษาสามารถจัดการศึกษาได้รูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหรือทั้งสามรูปแบบก็ได้
240.การศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการศึกษาและระยะเวลา คือ การศึกษานอกระบบ
239.ครอบครัวที่จะจัดการศึกษาต้องมีวุฒิการศึกษาอย่างน้อยมัธยมศึกษาตอนปลาย
238.ครอบครัวที่จะจัดการศึกษาต้องยื่นคำขออนุญาตต่อคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
237.การศึกษาภาคบังคับ ต้องจัดให้เด็กที่เข้าเรียนนั้นต้องมีอายุ ย่างเข้าปีที่เจ็ดจนถึงย่างเข้าปีที่สิบสี่
236.การศึกษาสำหรับคนพิการ ต้องจัดให้ตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการ
235.รัฐต้องจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานไ่ม่น้อยกว่า 15 ปี อย่างมีคุณภาพ
234.ครู ไม่ใช่ บุคลากรทางการศึกษา
233.สมศ. คือ สำนักงานรประเมินคุณภาพการศึกษาและรับรองมาตรฐานการศึกษาแห่งชาติ
232.การศึกษาตลอดชีวิต หมายถึงการศึกษาที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างการศึกษาในระบบ นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
231.การศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายถึง การศึกษาก่อนอุดมศึกษา
230.ผู้รักษาการ ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ.2548 คือ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
229.ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 แก้ไข ฉ.2 คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
228.ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 คือ นายชวน หลีกภัย
227.พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 มีทั้งหมด 9 หมวด 78 มาตรา
226.พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 แก้ไข ฉ.2 ประกาศฬช้ 19 ธันวาคม 2545 ใช้บังคับ 20 ธันวาคม 2545
226.พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ประกาศใช้ 19 สิงหาคม 2542 มีผลบังคับใช้ 20 สิงหาคม 2542
225.พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ....ทรงลงพระปรมาภิไธย เมื่อ 14 สิงหาคม 2542
224.คำลงท้ายหนังสือราชการถึงนายกรัฐมนตรี คือ ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง
223.ผู้ที่มีอำนาจในการอนุญาตยืมหนังสือระหว่างส่วนราชการ คือ หัวหน้ากองขึ้นไป
222.หนังสือเวียน คือ หนังสือที่มีผู้รับจำนวนมาก และมีใจความเดียวกัน
221.หนังสือที่เจ้าหน้าต้องปฏิบัติทันทีคือหนังสือใดชั้นความเร็ว ด่วนที่สุด
220.ผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการทำลายหนังสือ คือ อธิบดี
219.ชั้นความเร็วพิเศษ แบ่งออกเป็น 3 ชั้น คือ ด่วน ด่วนมาก และด่วนที่สุด
218.หนังสือที่เจ้าหน้าที่จัดทำขึ้น หรือรับไว้เป็นหลักฐานในทางราชการมี 4 ชนิด
217.หนังสือประทับตราที่ใช้แทนการลงชื่อหัวหน้าส่วนราชการเหนือระดับกรมขึ้นไป